วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เขาตะเกียบ

เขาตะเกียบ อยู่ห่างจากตัวเมือง หัวหิน ประมาณ 6 กิโลเมตร. เขาตะเกียบ หัวหิน ใช้เวลาในการเดินทาง มาจากตัวเมืองหัวหินไม่มากนัก ชายหาดเขาตะเกียบ เป็นชายหาด ที่ค่อนข้างเงียบ สงบ เหมาะสำหรับ นักท่องเที่ยวที่ต้องการหลบความ วุ่นวายภายในตัวเมือง เพื่อพักผ่อนโดยแท้จริง เขาตะเกียบ หัวหิน มีชายหาดที่ยาว และน้ำทะเลนี่เหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ที่นี่ ยังมี โรงแรม ที่พัก ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว หลายโรงแรม ที่พัก ด้วยกันที่หัวหิน












เขาตะเกียบ มีลักษณะเป็นยอดเขาที่มีโขดหินยื่นออกไปในทะเล มีความสวยงาม และยังเป็นที่ตั้งของ วัดเขาตะเกียบ บริเวณรอบๆ เขาตะเกียบ ทางขึ้น เขาตะเกียบ ก็มีความสะดวกสบาย เมื่อขึ้นไปบน เขาตะเกียบ ก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของชายหาด หัวหิน และบริเวณรอบๆเขาตะเกียบยังมีร้านค้า ขายของที่ระลึก และอาหารทะเลสดๆ ให้ท่านได้เลือกซื้อกันด้วย

การลดน้ำหนักแบบธรรมชาติ

1.ไม่กินข้าวมื้อเย็น วิธีนี้เหมาะจะเป็นบันไดขั้นแรกสู่สูตรต่อๆ ไป โดยในมื้อเช้าและกลางวันสามารถกินได้ตามปกติ เฉพาะมื้อเย็นเท่านั้นที่กินอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ข้าว อาจจะหาจานเปล่ามา 1 ใบ ใส่ผักสดให้เต็มจาน แล้วกินกับกับข้าวไทยๆ อาทิ น้ำพริกปลาทู แกงส้ม แกงเลียง ยำ ลาบ งดกับข้าวมันๆ เช่นผัดผักมันๆ ของทอด และแกงกะทิ
2.เลือก 1 วันในสัปดาห์สำหรับงดเนื้อสัตว์ ไขมัน ข้าว แล้วกินแต่ผลไม้อย่างเดียวทั้งวัน เช่น มะละกอสุก
3.เปลี่ยนจากการกินเนื้อผลไม้มาเป็นการดื่มน้ำผลไม้วันละชนิด ติดต่อกัน 3 วัน
4.อดเพื่อสุขภาพ 10 วัน โดยเริ่มจาก 2 วันแรกกินผลไม้ ต่อจากนั้นอีก 7 วันกินผักและผลไม้สดชนิดต่างๆ จนครบ 10 วัน ซึ่งใน 10 วันนี้ถ้าทำอย่างเข้มงวด น้ำหนักจะหายไปประมาณ 3-4 กิโลกรัม
5.กินเนื้อกับผัก โลว์-คาร์บ(Low-Carb) คือกินได้ทุกอย่าง โดยไม่แตะคาร์โบไฮเดรตซึ่งรวมทั้งแป้ง ข้าว และผลไม้ให้น้อยที่สุดและกินผักปริมาณ 2 เท่าของเนื้อตามสูตรนี้แม้ว่าการที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานหลักจากคาร์โบไฮเดรตตามป กติ แต่ส่วนหนึ่งของพลังงานสำรองอาจเป็นโปรตีนจากกล้ามเนื้อ การกินเนื้อกับผักนานๆ จึงอาจส่งผลให้คุณผอมแบบกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย จึงจำเป็นต้องรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อได้ นอกจากนี้หากบริหารความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน อย่างการยกเวทไปพร้อมกันด้วย ก็จะช่วยเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อให้สวยงามและดูดียิ่งขึ้น

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลุมยักษ์

เจออีก... "หลุมยุบ หลุมยักษ์"... โผล่อีกกว่า 35 หลุมยุบ... ใน "จีน"...




ก่อน สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับชาวกัวเตมาลาอย่างมากในขณะนั้น

ล่าสุด ที่ประเทศจีน ก็ได้เกิดหลุมยุบในลักษณะเดียวกัน และมีรายงานว่า

ขณะนี้ได้พบการเกิดหลุมยุบทั่วประเทศจีนแล้วกว่า 35 หลุม ภายในเวลา 2 เดือน

ที่ผ่านมา

...


สำหรับปรากฏการณ์หลุมยุบหลุมล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่าน

มา กลางถนนในมณฑลซีเจียง ปากหลุมกว้าง 27 ฟุต และลึก 20 ฟุต และใน

เวลาไล่เลี่ยกันนั้น ได้มีหลุมยุบเกิดขึ้นอีกแห่งบนนถนนมอเตอร์เวย์ในเมือง

หนานชาง มณฑลเจียงซี ทำให้รถเก๋งคันหนึ่งหวิดตกลงไปในหลุมยุบดัง

กล่าว โชคดีที่หลุมยุบมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าความยาวรถ

จึงทำให้คนขับรอดชีวิตออกมาได้ ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจของผู้คน

บริเวณนั้น แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถกู้ตัวรถออกมาได้

...

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน ได้เกิดหลุมยุบขนาด

ใหญ่บริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึง 26 หลุม หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 27 - 30

พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็มีปรากฏการณ์หลุบยุบขนาดเล็กเกิดขึ้น 3 หลุม และในวัน

ที่ 3 มิถุนายน ก็ได้เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ถึง 4 แห่งในเมืองกวงซี ทำให้มีผู้อพยพ

ออกจากบริเวณดังกล่าวกว่า 600 คน






เด็กจีนติดบุหรีและเบียร์

เด็กจีนติดบุหรี่และเบียร์


หลัง จากกระแสข่าวเด็กชายชาวอินโดวัย 2 ขวบ สูบบุหรี่วันละ 2 ซอง เพิ่งจะซาไปหมาด ๆ ล่าสุด ก็มีข่าวทำนองเดียวกันออกมาให้อึ้งทึ่งกันอีกแล้ว


คราว นี้เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงวัย 3 ขวบ นามว่า หย่า เหวิน ลูกสาวคนเก็บขยะในเมืองฮุ่ยโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ที่ติดบุหรี่และเบียร์ โดยหย่า เหวิน จะสูบบุหรี่มากถึงวันละซอง บางวันถึง 2 ซองก็มี และยังดื่มเบียร์ไม่ต่ำกว่า 3 แก้วต่อวัน

โดย นางเกา เหวิน ผู้เป็นแม่ ได้เปิดเผยว่า หย่า เหวิน ได้สูบบุหรี่ทุกวันแบบนี้มากว่า 1 ปีแล้ว (และนั่นหมายถึงว่า หย่า เหวิน เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ) ซึ่งในครั้งแรกที่เธอเห็น คือ หย่า เหวิน ได้แอบไปขโมยบุหรี่ของพ่อมาสูบ และพอนานเข้าก็เริ่มติดบุหรี่หนักขึ้น จนต้องไปซื้อมาสูบเองจากร้านขายของละแวกบ้าน และเมื่อสามีพบว่าลูกเริ่มติดบุหรี่ ก็ได้เลิกบุหรี่ไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้ลูกเลิกบุหรี่ได้ จนถึงทุกวันนี้ หย่า เหวิน ก็ยังคงร้องงอแงขอสูบบุหรี่ทุกครั้งที่เห็น

นางเกา กล่าวอีกว่า ลูก สาวเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังจากได้รับอุบัติเหตุเมื่อปี ก่อน โดยเริ่มมีพฤติกรรมเหมือนเด็กผู้ชาย ชอบเล่นซน และทำอะไรเหมือนกับเด็กผู้ชาย รวมถึงสูบบุหรี่และดื่มเบียร์ด้วย

ส่วน ด้านเจ้าของร้านขายของละแวกบ้านที่ขายบุหรี่ให้กับ หย่า เหวิน ได้กล่าวว่า ตนไม่เคยรู้เลยว่า หย่า เหวิน ซื้อบุหรี่ไปสูบเอง เขาเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่า หย่า เหวิน ซื้อบุหรี่ไปให้พ่อ โดยซื้อครั้งละ 1 - 2 ซอง และมาซื้อบุหรี่แทบทุกวันเลยทีเดียว





คำทำนายของนอสตราดามุส

คำทำนายของนอสตราดามุส


2008 -
ผู้นำ 4 ประเทศถูกลอบสังหาร กรณีพิพาทในอินโดสถาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3
2010 -
เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน 2010 - ตุลาคม 2014 ) ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดา ต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี
2016 -
ยุโรปแทบจะร้างผู้คน
2018 -
จีนเป็นมหาอำนาจของโลกรายใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา กลับกลายจากประเทศผู้ถูกกดขี่ มาเป็นผู้กดขี่เสียเอง
2023 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

2028 - เกิดแหล่งพลังงานใหม่ (คาดว่า น่าจะเป็น เทอร์โมนิวเคลียร์ รีแอ็คชั่น ) โลกเริ่มเอาชนะปัญหาความอดอยากได้ มนุษย์เริ่มเดินทางไปยังดาวศุกร์

2033 - น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

2043 - เศรษฐกิจโลกรุ่งเรือง
มุสลิมปกครองยุโรป
2046 -
มนุษย์ปลูกอวัยวะได้ทุกอย่าง การเปลี่ยนอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาโรคที่ดีที่สุด
2066 - สหรัฐโจมตีกรุงโรมของพวกมุสลิมด้วยอาวุธใหม่ คือ
อาวุธสภาพอากาศ ซึ่งทำให้อากาศหนาวเย็นลง
2076 - สังคมไร้ชนชั้น
(คอมมิวนิสต์)
2084 - ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู

2088 - เกิดโรคใหม่
โรคแก่ติดจรวด (แก่ในไม่กี่วินาที)
2097 - เอาชนะโรคแก่ติดจรวดได้

2100 - ดวงอาทิตย์เทียมให้แสงส่างกับโลกส่วนที่มืด

2111 - มนุษย์ กลายเป็น
มนุษย์ไซบอร์ก (หุ่นยนต์มีชีวิต)
2125 - โลกได้รับสัญญาณจากอวกาศ

2130 - โลกไปตั้ง
อาณานิคมใต้น้ำ (จากคำแนะนำของมนุษย์ต่างดาว)
2164 -
สัตว์ กลายเป็นสัตว์กึ่งมนุษย์
2167 -
เกิดศาสนาใหม่
2183 -
อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเป็นเอกราชจากโลก
2187 - โลกหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ 2 ลูก

2195 - อาณานิคมใต้น้ำ เลี้ยงตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ทั้งอาหารและพลังงาน

2196 - ชาวเอเชียผสมกับชาวยุโรปโดยสมบูรณ์

2221 - ในการติดตามหาชีวิตนอกโลก มนุษย์ต้องเจอกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัว

2256 - ยานอวกาศนำโรคร้ายกลับมายังโลก

2262 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดาวหางเกือบชนดาวอังคาร

2273 - การผสมปนเปกันของคนผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ก่อเกิดเป็นคนสีผิวใหม่
2279 - พบพลังที่ไม่ได้มาจากอะไรเลย (คาดว่าอาจจะมาจากสภาพสูญญากาศ หรือไม่ก็หลุมดำ )

2288 - มีการเดินทางไปกับกาลเวลา การติดต่อครั้งใหม่กับมนุษย์ต่างดาว

2291 - ดวงอาทิตย์เริ่มเย็นลง มีความพยายามที่จะจุดมันขึ้นมาใหม่

2296 - เกิดระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ สถานีอวกาศและดาวเทียมเก่าเริ่มตก

2299 - ในฝรั่งเศสเกิดการจลาจลต่อต้านมุสลิม
2302 - เปิดกฏใหม่เรื่องความลับของจักรวาล

2304 - พบความลับของดวงจันทร์
2354 - เกิดความผิดพลาดกับดวงอาทิตย์เทียม ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง

2371 - เกิดปัญหาความอดอยากครั้งใหญ่
2480 - ดวงอาทิตย์เทียม 2 ดวงชนกัน
3005 - สงครามบนดาวอังคาร

3010 - ดาวหางชนดวงจันทร์ เศษซากที่กระจาย พากันโคจรรอบโลก
3797 -
ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลือบนโลก แต่มนุษย์ได้ไปวางสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตบนดาวดวงอื่นแล้ว




วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ประเทศไทย

1. ประเทศไทย...ทำไม มีสรรพนามเรียกแทน
ตัวเองและฝ่ายตรงข้ามมากมายหลายคำ ?

ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็จะมีแค่ I กับ You ถ้าเป็นภาษาจีน
ก็มี หว่อ กับ หนี่ แต่ภาษาไทยนี่มีเยอะมากกกก ตั้งแต่ ฉัน-เธอ ,
เรา-แก , ข้า-เอ็ง , ผม-คุณ , เดี๊ยน-หล่อน
และอีกสารพัด
เปลี่ยนไปตาม สถานการณ์ต่างๆ ถ้าคุยกับพ่อแม่อาจจะเรียกตัวเองว่า
หนู ถ้าคุยกับน้องสาวอาจจะเรียกตัวเองว่าฉัน แต่พอไปคุยกับเพื่อน
อาจเรียก ตัวเองว่าเรา เอ๊ะ นั่นน่ะสิ ทำไมคนไทยถึงมีสรรพนามเรียก
แทนตัวเองและ คนอื่นเยอะขนาดนี้นะ ? น่าสงสัยเหมือนกันนะ
!

2. ประเทศไทย .... ทำไมเมืองหลวงชื่อยาวมาก ?

ชาวต่างชาติมักรู้จักกรุงเทพฯ ในนาม Bangkok แต่ถ้าใครได้รู้ชื่อ
เมือง หลวงเต็มๆ ของกรุงเทพฯ รับรองว่าอึ้งทุกราย ก็ชื่อเมืองหลวง
เต็มๆ ของกรุงเทพฯ เค้ามีชื่อว่า "กรุงเทพมหานคร อมรรัตน
โกสินทร์ มหิ นทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์
อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติ
ยวิษณุกรรมประสิทธิ์"
ว่าแต่ น้องๆ ท่องกันได้รึเปล่าล่ะ ?

เด็กดีดอทคอม :: 9 เรื่อง(แปลก)เมืองไทย ที่ฝรั่งต้องอึ้ง!; tags:  นิชคุณ, เรียนนอก, กรุงเทพ, วัฒนธรรม

3. ประเทศไทย .... ทำไมคนไทยนามสกุลยาวจัง ?

ในขณะที่ชาวต่างชาติ เค้านามสกุลสั้นๆ แค่ 2-3 พยางค์ บางชาติก็แค่พยางค์เดียว แต่คนไทยส่วนมากนามสกุลย๊าวยาว บางคนยาวกว่า 8-9 พยางค์ บางคนยาวเป็น 10 พยางค์ก็มี เวลากรอกเอกสารสำคัญๆ เรียกว่าเขียนเกินหน้ากระดาษกันเลยทีเดียว

4. ประเทศไทย .... ทำไมคนไทยชอบ
พิมพ์ 5555 ?


ก็ เพราะว่าเลข 5 ในภาษาไทยออกสียงว่า 'ห้า' หรือ
พ้องไปเป็น 'ฮ่า' ดังนั้นเวลาพิมพ์หรือแชทกัน แล้วรู้สึก
ตลกหรือขำ ก็จะพิมพ์แทน 'ฮ่าฮ่าฮ่า' ว่า '555'
บาง
คน เผลอเอาไปพิมพ์แชทกับเพื่อนต่างชาติ รับรองว่า
ฝรั่งงงทุกรายแน่ๆ 555
ไปๆ มาๆ เพื่อนต่างชาติของ
เราดันติดเอาไปใช้คุยกับคนอื่นต่ออีกแน่ะ 555 อ้อ
แต่ บางทีคนไทยด้วยกันเองก็มีงงบ้าง

5. ประเทศไทย .... ทำไมอะไรๆ ก็ตีเป็นเลขได้ ?
อู้ยยย อย่าว่าแต่ฝรั่งเลยที่แปลกใจ คนไทยด้วยกันเองก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมทุกอย่างถึงสามารถตีเป็นเลขได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้(ต้นไม้ร้องไห้ มีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา) สัตว์(ควายแรกเกิดมี 2 หัว) ของกิน(แตงโมเผือก) และอะไรอีกสารพัดก็สามารถเอามาตีเป็นเลขได้ คนไทยนี่สุดยอดจริงๆ เลยนะเนี่ย อิอิ

6. ประเทศไทย .... ทำไมชื่อเล่นคนไทยถึงแปลกจัง ?
ก็ชื่อเล่นคนไทยมีทั้งชื่อสัตว์(แมว กวาง นก กระต่าย) ผลไม้(ส้ม เปิ้ล มะปราง ชมพู่) ผัก(คะน้า แตงกวา
ต้นหอม ขิง) ขนม(วุ้น ปุยฝ้าย เค้ก ลูกกวาด) เครื่องประดับ (แก้ว แหวน สร้อย) เลข(หนึ่ง สอง สาม สี่) และอะไรอีกสารพัด เล่นเอาคนต่างชาติอึ้งว่าทำไมถึงตั้งชื่อกันอย่างนี้

พี่เป้ เองก็มีเพื่อนคนนึงชื่อแตงกวา คุณเธอไปเรียนต่อที่เกาหลีเลยจัดแจงเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น 'โออี'
(ภาษา เกาหลีแปลว่าแตงกวา) ตอนออกไปแนะนำตัวหน้าชั้น ทั้งอาจารย์ทั้งเพื่อนขำกันยกใหญ่ว่าคนอะไรชื่อแตงกวา หารู้ไม่ว่าที่เมืองไทยชื่อแตงกวาออกจะน่ารัก ก็แหม มีใครเคยเจอชาวต่างชาติชื่อ cucumber rabbit necklace อะไรอย่างนี้มั้ยล่ะ? ไม่มี๊ไม่มี มีแต่คนไทยเท่านั้นแหละที่สามารถเอาสิ่งรอบตัวมาตั้งเป็นชื่อเล่นได้ ! สุดยอดปะล่ะ !



7. ประเทศไทย .... ทำไม....ไหว้อะไรกันที่หน้า
บ้าน ?

นั่น ก็หมายถึงศาลพระภูมิเองล่ะค่ะ ฝรั่งบางคน(หรือแทบทุกคน)
ได้เห็นแล้ว ต้องเป็นงงว่า 'นี่คืออะไร บ้านนกเหรอ?' แล้วทำไม
ต้อง จุดธูปกับเอาของกินมาถวายบ้านนกด้วยล่ะ ? ดังนั้นก็ต้อง
อธิบายกันซะยืด ยาวว่าจริงๆ แล้วนั่นคือศาลพระภูมิที่เชื่อกันว่าเป็นที่
สิงสถิตย์ของ เจ้าที่ที่คอยคุ้มครอง

แต่แหม พี่ฝรั่งบางคนนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่ทราบ ดันซื้อกลับ
ประเทศ ไปซะหลายหลัง - -"อย่างนักบอลชื่อดังเดวิด เบคแฮม ก็เป็น
อีกรายที่ซื้อ ศาลพระภูมิกลับประเทศไปตรึม

8. ประเทศไทย .... ทำไมต้องยืนตรงก่อนหนังฉายในโรงหนัง ?

รับรองเถอะค่ะ ร้อยทั้งร้อยของชาวต่างชาติที่มีโอกาสได้เข้าไปในโรงหนังของบ้านเรา ต้องสงสัยทุกรายว่าทำไมต้องยืนตรงก่อนหนังฉาย ยังไงก็อย่าลืมอธิบายให้เค้าฟังด้วยนะคะว่า 'ต้องยืนตรงทุกครั้งที่ ได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมี' (ไม่ว่าจะอยู่ในโรงหนังหรือไม่ ก็ตาม) เพื่อเป็นการแสดงความเคารพถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยนั่น เองค่ะ ..... เชื่อมั้ยคะว่า ชาวต่างชาติบางคนรู้สึกขนลุกและประทับใจต่อเพลงสรรเสริญฯ มาก บางคนมาเมืองไทยทีไร ต้องหาเวลาเข้าโรงหนัง ไม่ได้เข้าไปดูหนังหรอกนะคะ แต่เข้าไปยืนตรงแล้วฟังเพลงสรรเสริญฯ !

เด็กดีดอทคอม :: 9 เรื่อง(แปลก)เมืองไทย ที่ฝรั่งต้องอึ้ง!; tags:  นิชคุณ, เรียนนอก, กรุงเทพ, วัฒนธรรม


9. ประเทศไทย .... ทำไมคนไทยต้องติดรูปนี้ไว้บนฝาบ้าน ?

นั่นก็คือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นรูปที่คนไทยต้องมีกัน
ทุกบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ที่มุมไหนของประเทศไทย คนไทยบางคน(โดยเฉพาะในเมืองนอก)ถึงกับพกพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ ติดกระเป๋าสตางค์ พอฝรั่งเห็นเข้าก็แปลกใจว่า เอ๊ะ พกรูปใครมาน่ะ Do you know him personally (รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัวเหรอ) ? เราไม่ได้ รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว แต่ท่านคือพ่อของคนไทยทุกคนที่พวกเราทั้งรักและจงรักภักดีต่างหาก....



วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553

6 สุดยอดการตายเพราะแฟชั่น

อันดับ 6 คริโนไลน์(crinoline)

คริโนไลน์(crinoline) เป็น กระโปรงที่สวมบนสุ่ม (เพื่อให้กระโปรงบานออก) เป็นชุดที่มีกระโปรงบานๆ บานมากบานจนเหมือนสุ่มไก่บ้านเราโดยเขาจะทำเป็นโครงให้ให้มันบานใหญ่ โดยโครงทำมาจากมันทำจากขนม้า, เส้นป่าน หรือเหล็ก ซึ่งมันได้รับความนิยมในหมู่คนชั้นสูงในศตวรรษที่ 19



ทำไมมันถึงน่ากลัว? การ ออกแบบคริโนไลน์ของมันตอบสนองได้ดีทีเดียวเลยแหละเมื่อมีลมแรงๆ มาพัดอย่างกะทันหัน กระโปรงบานๆ ของเจ้าหล่อนจะถูกพัดเหมือนกับร่ม(กาง)ที่ปลิวของลมนั้นแหละ มีหลายรายถูกลมพัดดันให้ตกจากที่สูง(ที่ออกงานของพวกเธออยู่ที่สูงๆ ทั้งสิ้นนี้) และบางรายเพราะหายใจไม่ออกเพราะลมพัดแรงจนโครงเหล็กรัดตัวเธอจนกระดูกหัก บางรายกระโปรงเกิดไปเกี่ยวกับรถม้าและลากผู้หญิงที่ส่งเสียงร้องกรี๊ดตาม ท้องถนน แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือกระโปรงนี้ติดไฟง่ายสุดๆ และเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ตายเพราะกระโปรงตัวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1863 ในSantiago ประเทศซิลี ในอเมริกาใต้ มีคนตายกว่า 2000 - 3000 คน ในขณะไฟไหม้โบสถ์ เมื่อไฟผ้าคลุมหน้าต่างโบสถ์เกิดติดไฟ ผู้คนต่างพยายามหนีตายหาทางออกจากประตู แต่เจ้ากรรม ด้วยความกว้างของกระโปรงบานของเจ้าหล่อนดันไปขว้างติดประตูซะนี้(กระโปรงดัน ใหญ่กว่าประตู)) แถมเอาออกยากซะด้วยสิเพราะมันทำจากโครงเหล็กนี้น่า ซึ่งมันทำให้ทางออกถูกปิดโดยสิ้นเชิง ที่นี้ก็ลองคิดละกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป...ก็ตายยกหมู่



อันดับ 5 เดอะ คอร์ซิท (The Corset)


เดอะ คอร์ซิท (The Corset) เป็น เสื้อรัดลำตัวสตรี,เสื้อยกทรงรัดรูปของ สตรี และชุดชั้นในผู้หญิงที่สวมเพื่อให้สะโพกและหน้าอกเข้ารูปทรง นิยมในช่วงทศวรรษที่ 1830-1839 สมัย วิกตอเรียนที่ตั้งกฎเกณฑ์ศิลธรรมให้ผู้หญิงต้องสั่ง ไม่สั่งถือว่าผู้หญิงคนนั้นสกปรก ต่ำต้อย ไม่มีมารยาทและไม่มีศิลธรรม และสมัยศตวรรษที่ 19นิยมให้สตรีมีเอวคอดกิ่ว อกตั้ง ทำให้เสื้อนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว


ทำไม มันถึงน่ากลัว? เนื่องจากการใส่คอร์ซิทต้องรัดแน่นมากๆ แน่นจนทำให้กระดูกผิดรูป หรือ เราเรียกว่าเอวคอด ซี่โครงจะเจ็บปวดชา อวัยวะเครื่องในจะถูกเคลื่อนย้ายลงต่ำมาถึงก้น ทั้งเป็นสาเหตุให้การไหลของเลือดภายในผิดปกติ ใน1903 มี ผู้หญิงที่ตายทันทีเพราะเสื้อรัดลำตัวสตรีที่เป็นเหล็กกระแทกหัวใจของเธอ แต่กระนั้นแฟชั่นนี้ก็ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันมาเป็นชุดชั้นใน สุดเซ็กซี่ออกศึกที่นิยมของสาวๆ ทั้งหลาย



อันดับ 4 ฟุตบาดดิ้ง (Footbinding)


ฟุตบาดดิ้ง (Footbinding) เป็น การพันเท้าผู้หญิงให้เป็นรูปดอกบัว เป็นประเพณีปฏิบัติของผู้หญิงจีนโบราณ ซึ่ง เป็นที่นิยมในจีนสมัยศตวรรษที่ 8 โดยมันเริ่มมาจากสมัยก่อนจักรพรรดิ์มีเมียหลายคน แต่ไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่กับเมียน้อยเหล่านี้มากนัก ทำให้หลายนางแอบไปมีชู้ จักรพรรดิจึงใช้วิธีป้องกันโดยการรัดเท้าเพื่อให้พวกเธอเดินเหินไม่สะดวก ซึ่งต่อมากลายเป็นค่านิยมที่ผู้หญิงในวังต้องวัดเท้า ชาวบ้านก็นึกว่าเป็นแฟชั่นของไฮโซเลยทำตามบ้าง จึงกลายเป็นค่านิยมของจีนในที่สุด โดยเกิดวลีว่า "ผู้หญิงที่เท้าเล็ก ยิ่งเซ็กซี่"


ทำไมมันถึงน่ากลัว? กระบวน การพันเท้านั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 5-6 ขวบ โดยคนเป็นแม่จะใช้วิธี หักนิ้วน้อย ๆ สี่นิ้ว แล้วงอย้อนกลับไปทางด้านหลัง แล้วก็เอาผ้ามาพันเอาไว้ โดยจะพันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เท้าที่เล็กตามต้องการ(บาง ตำราก็เขียนว่าให้เอาเท้าแช่ปัสสาวะและกระเพาะแพะ) นอกจากนี้ผู้ที่ทำการพันเท้า กล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณสะโพกลงไปจะต้องเกร็งมากในการเดินแต่ละครั้ง เมื่อเยื้องย่างด้วยท่าอ้อนแอ้นแลดูสวยงาม จะเกิดความเจ็บปวดแสนสาหัส ราวเข็มพันเล่มกระหน่ำแทงพวกเธอราวกับขุนนรกโลกันต์ เท้าที่ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นจะเหม็นมากๆ จนเป็นแผลเน่า และเลวร้ายที่สุดคือเธอไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกเกิดมีไฟไหม้บ้าน โจรมาข่มขืนละก็คงแล้วแต่ดวงแหละเพราะหนีไม่ได้...เหอๆ



อันดับ 3 ฟองตางเก (The Fontange)


ผมทรงฟองตางเก(The Fontange) เป็น การทำเกล้าให้ผมสูงไว้กลางศีรษะ มัดโบเล็กๆ หลายอันด้านหน้า จากนั้นประกบด้วยลูกไม้จีบและมัดมวยผมเป็นแผง 3 - 4 ชั้น วนไล่ขึ้นไปเป็นยอด ด้านหลังกับด้านข้างทิ้งปอยหยิกห้อยและผูกโบว์ยาวซึ่งยิ่งผมสูงยิ่งดีแสดง ถึงฐานะ โดยแฟชั่นนี้นิยมในฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 -18


ทำไมมัน ถึงน่ากลัว? ทรง ผมนี้มันติดไฟง่ายครับ ยิ่ง งานราตรีที่มีโคมไฟระยิบระย้ายิ่งติดไฟง่ายไปใหญ่แถมเวลาไฟติดบนหัวของเจ้า หล่อนละก็ตัดยากสุดๆ เพราะหัวเธอเต็มไปด้วยวัสดุติดไฟง่ายทั้งนั้น และจากผมก็จะลามมาถึงคอและหน้าและมือ จากสาวสวยกลายเป็นสุเทพ สีใสทันที ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับ Angelique de Fontanges ชู้รักคนโปรดของกษัตริย์อังกฤษคนหนึ่งที่ตายเพราะทรงผมของเธอตัดไปโดนเทียน ทำให้หัวของเธอติดไฟ


อันดับ 2 ลีด เมคอัพ(Lead Makeup)

เป็น การทำให้หน้าขาวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยใช้ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่ว ว่ากันว่าต้นกำเนิดมาจากประเทศกรีกในยุคโบราณกว่า2,000 ปีมาแล้ว และนิยมในฝรั่งเศสศตวรรษที่ 14 -19 ซึ่งสังคมนั้นมันชั้นสูงมากๆ แบบใครผิวดำถือว่าเป็นคนไม่มีเงิน(เพราะคนผิวดำมักทำงานหนัก คนผิวขาวไฮโซไม่ต้องทำงาน) ซึ่งคนดังที่ใช้แป้งข่าวทานั้นก็มีสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ

ทำไมมัน ถึงน่ากลัว? แน่ นอนเพราะมันมีส่วนประกอบของตะกั่ว ซึ่งทางอนามัยโลก จัด เป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอยู่แล้ว โดยลีด เมคอัพเครื่องสำอางโบราณนั้นมี ส่วนประกอบคือตะกั่วขาวผสมกับขี้ผึ้ง ไขมันสัตว์ น้ำมันและไข่ขาว ซึ่งสารตะกั่วนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทำให้เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน มึนงง แขนขาชา ตาบอด และหายใจไม่ออก บางครั้งอาจเสียชีวิตได้ หรือถ้าร่างกายสะสมตะกั่วมากๆ อาจเป็นมะเร็งได้

โดย ในปี 1760 Marie Gunning สตรีชั้นสูงชาวไอริชที่มีชื่อเสียงในด้านหน้าขาวของเธอกลายเป็นเหยื่อรายแรก ของการใช้สารตะกั่วพิษ และในปี 1878 คุณนาย Madame Rachel,ก็ตายเพราะพิษของตะกั่วที่ทาบนหน้าเช่นกัน


อันดับ 1เดอะ สตีฟ ไฮ คอลล่า (The Stiff High Collar)


เป็น คอเสื้อแข็งๆ ใส่เพื่อให้ปกเสื้อสูงขึ้น นิยมใช้กับผู้ชายในศตรรษที่ 19 โดยคอเสื้อจะเป็นสีขาว เวลาใส่ก็เอาชุดเชิ๊ตมาใส่ทับอีกที ทำให้เหมือนเป็นคนขี้โอ่ มีอำนาจ โดยบุคคลสำคัญที่ใส่ก็มี ออสกา ไวลด์Oscar Wildeนักประพันธ์ชาวไอซ์แลนด์


ทำไมมันถึงน่ากลัว? ที่ เยอรมัน, เดนมาร์ก และดัชท์ เรียกเจ้าปลอกคอนี้ว่า"พ่อมือสังหาร father killer " ซึ่ง ดูรูปร่างคงจะทราบแล้วมั้งว่ามันน่ากลัวยังไง คือมันทำให้ทำให้คนสวมหายใจลำบากและอึดอัดที่ลำคอเพราะมันค่อนข้างบีบรัดคอ พอสมควร ซึ่งคนสวมมักเสียชีวิตในขณะใส่ชุดนี้ตอนเวลานอนและพอมันรัดคอคนสวมมักตาย เพราะขาดอาการหายใจอย่างไม่รู้ตัว และทำให้เกิดฝีในสมอง เวลากินข้าวก็ผ่านลำคอยากแต่ที่ร้ายสุดๆ คือมันเหมือนกิโยตินแบบพกติดตัวคือในปี 1800 ชายคนหนึ่งหัวขาดเพราะคอเสื้อไปเกี่ยวกับรถขณะวิ่งมาแล้ว